สารจากประธานบริษัท

สารจากประธานบริษัท

นาย เย็บ ซู ชวน

ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ฟื้นตัวกลับมาในไตรมาสที่ 3 และส่งผลให้กลุ่มบริษัท ฯ สามารถกลับมามีผลกำไรได้ในครึ่งปีหลังของปี 2563

ปี 2563 นับเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มบริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) (“กลุ่มบริษัทฯ “) เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรค
โควิด-19 ได้สร้างความเสียหายอย่างมากให้กับธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ส่งผลให้ไตรมาส 2 ปี 2563 มีผลขาดทุนมากกว่า 600 ล้านบาท และในขณะนั้น ทางบริษัทฯ ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าวิกฤตครั้งนี้จะเกิดขึ้นนานเพียงใด แต่ทันทีที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากในช่วงเวลานั้นยอดขายได้ลดลงต่ำกว่าระดับจุดคุ้มทุนอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี การชะลอตัวของธุรกิจได้เกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ โดยภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ฟื้นตัวกลับมาในไตรมาสที่ 3 และส่งผลให้กลุ่มบริษัท ฯ สามารถกลับมามีผลกำไรได้ในครึ่งปีหลังของปี 2563

ปัจจัยลบอีกประการหนึ่งที่มีผลกระทบต่อบริษัทฯ ในช่วงปี 2563 คือการแข็งค่าของค่าเงินบาท ซึ่งก่อให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนประมาณ 13 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงและไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของสกุลเงินบาทได้ส่งผลกระทบต่อการลดลงของการส่งออกยานยนต์ เนื่องจากต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้อุปสงค์ทั่วโลกลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของบริษัทฯ เนื่องจากความต้องการรถกระบะของประเทศไทยในตลาดโลกลดลง โดยประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกรถกระบะรายใหญ่ที่สุดของโลก

สำหรับธุรกิจชิ้นส่วนหล่อขึ้นรูปโลหะและกลึงเจียผิวในประเทศโปรตุเกสก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในไตรมาสที่ 2 ปี 2563 เช่นกัน แต่สามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2563 โดยทางบริษัทอาปิโก ไมอา (โปรตุเกส) ได้ปรับรูปแบบการดำเนินงานและใช้แนวคิดเชิงนวัตกรรมแบบใหม่ในการผลิต โดยย้ายการผลิตจากโรงงานที่เมืองไมอา ไปยังโรงงานที่เมืองอเกด้าซึ่งใหม่กว่าและทำให้เกิดประสิทธิภาพในด้านต้นทุนมากกว่า จากการดำเนินการผลิตอย่างเต็มกำลัง 3 กะ ทำให้เกิดการประหยัดจากขนาด การปรับเปลี่ยนครั้งใหม่นี้ทำให้ต้นทุนโดยรวมของบริษัทลดลงอย่างมาก ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของโปรตุเกสมีกำไรได้ถึงแม้ปริมาณการผลิตจะต่ำกว่า
ประมาณการเนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19  อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิด -19 ในโปรตุเกสยังเป็นเรื่องที่น่ากังวลเพราะอัตราการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น แต่ด้วยแนวทางปฏิบัติที่เข้มงวดและระเบียบจัดการที่ดีของทีมผู้บริหาร ทำให้โรงงานทั้งสามแห่งของบริษัทฯสามารถดำเนินงานได้ตามปกติ นอกจากนี้ รัฐบาลโปรตุเกสและสถาบันการเงินยังให้การสนับสนุนอย่างมากผ่านนโยบายที่ใช้ได้จริงซึ่งสามารถนำไปบังคับใช้ได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้ธุรกิจสามารถรักษาสภาพคล่องไว้ได้ในช่วงเวลาที่ท้าทาย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่มีผู้ร่วมงานบางส่วนมีการติดเชื้อโรคโควิด-19 ด้วย

ในส่วนของการดำเนินงานของธุรกิจชิ้นส่วนโลหะตีอัดขึ้นรูปในสาธารณรัฐประชาชนจีนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ค่อนข้างน้อยและยังคงสร้างผลกำไรให้กับบริษัทฯ โดยปริมาณการผลิตของบริษัทฯได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยจากการที่ยอดการผลิตยานยนต์ในสาธารณรัฐประชาชนจีนค่อนข้างคงที่ในปี 2563 ทั้งนี้เป็นผลจากการที่รัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีนมีการวางมาตรการเพื่อควบคุมการระบาดของโรคได้ดี

บริษัทฯ ได้เปิดศูนย์ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์โปรตอนแห่งใหม่อีกสองแห่งในเมืองเตเมอร์โล และ กวนตัน รัฐปะหัง แต่อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกสอง ที่เริ่มขึ้นในเดือนธันวาคมปี 2563 ดูจะมีความรุนแรง บริษัทฯ หวังว่าทางรัฐบาลจะสามารถควบคุมสถานการณ์ให้กลับมาดีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ความต้องการชิ้นส่วนยานยนต์ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายไตรมาสที่ 3 ปี 2563 และแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป ในปี 2564

ในช่วงของวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ผมต้องขอขอบคุณผู้ร่วมงานของเราทุกคนเป็นอย่างยิ่ง ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการดำเนินการตามข้อกำหนดและนโยบายของบริษัทฯ

สำหรับธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการในประเทศไทย ทางบริษัทได้เปิดธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิใหม่จำนวนสองแห่ง และจากที่ทางรัฐบาลไทยทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่เริ่มต้นและรักษาอัตราการติดเชื้อไว้ได้ดี ทำให้ธุรกิจของบริษัทฯ ฟื้นตัวดีขึ้นในไตรมาส 3 และ 4 แต่อย่างไรก็ตาม ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2563 ปรับตัวลดลง โดยยอดการผลิตยานยนต์ลดลงจาก 2 ล้านคันในปี 2562 มาอยู่ที่ 1.4 ล้านคันในปี 2563 ด้วยเหตุนี้ ยอดขายและผลการดำเนินงานของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิและฟอร์ดก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ มีผลการดำเนินงานที่ดีพอสมควร และเราคาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นไปอีกในปีต่อไป โดยคาดการณ์การยอดผลิตรถยนต์สำหรับประเทศไทยในปี 2564 อยู่ที่ 1.5 ล้านคัน

ในช่วงของวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ผมต้องขอขอบคุณผู้ร่วมงานของเราทุกคนเป็นอย่างยิ่ง ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการดำเนินการตามข้อกำหนดและนโยบายของบริษัทฯ ด้วยความจริงใจและไม่มีการร้องเรียน พวกเขาทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ภายใต้ช่วงเวลาที่ยากลำบาก หากปราศจากความร่วมมือจากพวกเขาเหล่านี้ คงเป็นเรื่องที่ยากที่จะผ่านช่วงวิกฤตการณ์ที่รุนแรงจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปได้ ผมมั่นใจว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดได้ผ่านไปแล้ว และทางกลุ่มบริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะสร้างผลการดำเนินงานที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

เราโชคดีมากที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่สามารถดำเนินงานอย่างเต็มที่ โดยมีการผลิตเต็มกำลัง 2 กะ สำหรับโรงงานเกือบทั้งหมดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ความต้องการชิ้นส่วนยานยนต์ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายไตรมาสที่ 3 ปี 2563 และแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป
ในปี 2564

สุดท้ายนี้ผมขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ถือหุ้น สำหรับการสนับสนุนที่ดีในช่วงปีที่ท้าทายนี้ เราคาดว่าจะสร้างผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในปี 2564

ติดต่อเรา

ที่อยู่
99 หมู่ 1 นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย 13160

โทรศัพท์
+66 (0) 3535 0880

อีเมล์
aapicohitech@aapico.com

เราให้ความสำคัญกับ ข้อเสนอแนะ และ ความคิดเห็น ของท่านที่มอบให้กับบริษัทของเรา