สารจากประธานบริษัท
นาย เย็บ ซู ชวน
ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)
ปี 2568 นับเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับบริษัทฯ ความท้าทายที่สำคัญที่สุดเกิดจากการดำเนินงานของธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ใน ประเทศโปรตุเกส ซึ่งมีผลการดำเนินงานต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ในงบประมาณด้านกำไรอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จะยังคงอยู่ใน ระดับที่ค่อนข้างทรงตัวก็ตาม บริษัทฯ คาดว่าผลการดำเนินงานในประเทศโปรตุเกสจะสามารถพลิกฟื้นกลับมาได้อย่างมีนัยสำคัญ จากมาตรการปรับปรุงและแก้ไขเชิงรุกที่ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น และคาดว่าจะเริ่มเห็นพัฒนาการที่ชัดเจนในปี 2569 ในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวมลดลงประมาณร้อยละ 3 จากปี 2567 จาก 27,002 ล้านบาท เป็น 26,167 ล้านบาท สำหรับใน ประเทศไทย ปริมาณการผลิตรถยนต์ลดลงเล็กน้อยจาก 1,468,997 คัน ในปี 2567 เป็น 1,455,569 คัน ในปี 2568 หรือคิดเป็นการ ลดลงร้อยละ 0.9 ขณะเดียวกัน รายได้จากธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทยและประเทศมาเลเซียปรับตัวลดลงอย่างมีนัย สำคัญ โดยลดลงร้อยละ 7.0 และร้อยละ 9.4 ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ความต้องการชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศโปรตุเกสและประเทศ มาเลเซียที่ปรับตัวดีขึ้น ได้ช่วยบรรเทาผลกระทบดังกล่าว ทำให้รายได้รวมของบริษัทฯ ลดลงเพียงประมาณร้อยละ 3.1 สำหรับแนวโน้มในปี 2569 บริษัทฯ เดิมคาดว่าจะเห็นการฟื ้นตัวของธุรกิจโดยรวมในระดับเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม จากความผันผวน ของเศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งในหลายภูมิภาคที่กิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังคงมีความกังวลต่อผลกระทบด้านต้นทุน โดย เฉพาะต้นทุนด้านโลจิสติกส์และวัตถุดิบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯใน ระยะต่อไป
การดำเนินงานในประเทศไทย
ในปี 2568 ปริมาณการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยลดลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.9 จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 1,455,569 คัน ส่งผลให้ผล การดำเนินงานของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทยของบริษัทฯ ใกล้เคียงกับงบประมาณที่วางไว้ ในด้านยอดขายรถยนต์ ภายในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5 มาอยู่ที่ 621,166 คัน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ ในขณะที่ยอดขายเพื่อการส่งออกยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดลงร้อยละ 8.2 มาอยู่ที่ 935,750 คัน สำหรับธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของบริษัทฯ โดยรวมมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น แม้ภาพรวมของตลาดจะอยู่ในภาวะชะลอตัวก็ตาม
การดำเนินงานในประเทศจีน
สำหรับการดำเนินงานในประเทศจีน รายได้ปรับตัวลดลงร้อยละ 5.2 แม้ว่าตลาดยานยนต์ของจีนจะยังคงมีขนาดใหญ่ แต่แรงกดดัน จากการขอปรับลดราคาจากลูกค้ายังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ บริษัทฯ เชื่อว่าการ ดำเนินงานในประเทศจีนจะยังคงสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับกลุ่มบริษัทได้ แม้ว่าผลการดำเนินงานในปีนี้จะต่ำกว่าที่ตั้งเป้า ไว้ในงบประมาณเล็กน้อยก็ตาม
การดำเนินงานในประเทศมาเลเซีย
การร่วมทุนกับโปรตอนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อจำนวนมากจากโปรตอน และคาดว่าการดำเนินงานของกิจการร่วมทุนดังกล่าวจะปรับตัวดีขึ้นต่อไปในปี 2569 นอกจากนี้ โรงงาน กิจการร่วมทุนกับพูเรม ซึ่งผลิตระบบท่อไอเสีย มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นและสามารถทำกำไรได้ โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้ปริมาณการ ผลิตที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 เป็นต้นไป สำหรับธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ผลการดำเนินงานยังคงอยู่ในระดับทรงตัว โดยภายหลังจากการเปิดโชว์รูมรถยนต์ไฟฟ้า จำนวน 2 แห่งเมื่อไม่นานมานี้ คาดว่าธุรกิจตัวแทนจำหน่ายในประเทศมาเลเซียจะสามารถปรับตัวดีขึ้นทั้งในด้านยอดขายและความ สามารถในการทำกำไรในอนาคต
การดำเนินงานในประเทศโปรตุเกส
ปัจจุบัน การดำเนินงานในประเทศโปรตุเกสยังคงเป็นส่วนที่ต้องได้รับการปรับปรุงของกลุ่มบริษัท โดยบริษัทฯ ได้มีการปรับเปลี่ยน คณะผู้บริหารระดับสูง และคาดว่าจะเห็นการปรับตัวดีขึ้นของผลการดำเนินงานในระยะต่อไป แม้ว่าบริษัทจะมีคำสั่งซื้อในระดับที่แข็งแกร่ง แต่การควบคุมต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ ทั้งนี้ ทีมผู้บริหารชุด ใหม่ได้เริ่มแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์เชิงบวก และบริษัทฯ คาดว่าปี 2569 จะเป็นปีที่ผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นและสามารถกลับมา ทำกำไรได้
การดำเนินงานในสหรัฐอเมริกา
บริษัทฯ ได้จัดตั้งกิจการร่วมทุนในสัดส่วนร้อยละ 50 ร่วมกับบริษัท โซเดเซีย เพื่อก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่บนพื้นที่ที่พัฒนาใหม่ ทั้งหมดขนาดใหญ่ในรัฐเซาท์แคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อผลิตโครงแชสซีสำหรับรถยนต์ให้แก่บริษัทในกลุ่ม โฟล์คสวาเกน สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ สเกาต์ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อจำหน่ายในตลาดสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันได้มีการจัดพิธีวาง ศิลาฤกษ์โครงการแล้ว และ การเตรียมการต่าง ๆ กำลังดำเนินไปตามแผน เพื่อให้สามารถเริ่มการผลิตและส่งมอบได้ภายในปี 2571 ตลาดสหรัฐอเมริกาถือเป็น ตลาดที่มีมาตรการคุ้มครองทางการค้าในระดับสูง และบริษัทฯ คาดว่ากิจการร่วมทุนดังกล่าวจะสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่ดี ให้แก่กลุ่มบริษัทในระยะยาว
ความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน
สำหรับบริษัทฯ ความยั่งยืนเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในระยะยาว บริษัทฯ มุ่งมั่นบูรณาการหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เข้ากับกลยุทธ์และการดำเนินงานขององค์กร เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ และยั่งยืน ตลอดปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนและนำเทคโนโลยีที่เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังส่ง เสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยบูรณาการเกณฑ์ด้านความยั่งยืนเข้าสู่กระบวนการบริหาร จัดการผู้จัดหา เพื่อสนับสนุนให้คู่ค้าดำเนินงานสอดคล้องกับมาตรฐานของบริษัทฯ ในด้านบรรษัทภิบาล การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคม ในระยะต่อไป บริษัทฯ ยังคงมุ่งมันยกระดับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาสมดุลระหว่างการ เติบโตทางธุรกิจกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเชื่อว่าความพยายามดังกล่าวจะช่วยสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน
ทิศทางในอนาคต
เราคาดว่าปี 2568 จะเป็นปีที่สถานการณ์ทางธุรกิจปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงดำเนิน ต่อไปโดยยังไม่มีสัญญาณของการยุติ ขณะเดียวกัน มาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการค้าโลก ก่อให้เกิด ความผันผวนและความไม่แน่นอนต่อระบบเศรษฐกิจ นอกจากนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเพิ่มแรงกดดันต่อ เศรษฐกิจโลก เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ส่งผลให้ความเชื่อมั่นระหว่างประเทศลดลง และทำให้ห่วงโซ่อุปทานของโลกเผชิญกับความไม่ ต่อเนื่อง ปี 2568 เป็นปีที่ธุรกิจต้องเผชิญกับปัจจัยลบหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานโดยรวม ขณะที่ปี 2569 ได้เริ่ม ต้นขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สงครามกับอิหร่าน ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากการปรับตัวเพิ่ม ส่วนที่ 1 การประกอบธุรกิจและผลการดำเนินงาน ส่วนที่ 2 ขึ้นของราคาพลังงานและเชื้อเพลิงอย่างมาก บริษัทฯ หวังว่าสงครามดังกล่าวจะยุติลงในเร็ววัน หากสถานการณ์คลี่คลาย ก็มีความ เป็นไปได้ที่เศรษฐกิจและภาคธุรกิจทั่วโลกจะกลับมามีแนวโน้มที่ดีขึ้นในระยะ ข้างหน้า ท้ายที่สุดนี้ ข้าพเจ้าขอขอบคุณบุคลากร คู่ค้าทางธุรกิจ คณะกรรมการบริษัท และผู้ถือหุ้นทุกท่าน สำหรับการสนับสนุนและความไว้ วางใจที่มีให้บริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง ข้าพเจ้าและทีมงานจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้ดียิ่งขึ้น และนำพาองค์กร ก้าวสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ติดต่อเรา
ที่อยู่
99 หมู่ 1 นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย 13160
โทรศัพท์
+66 (0) 3535 0880





